Apple iPhone XS และ XS Max รุ่น S หน้าจอกว้าง

XS xs max

ภาพจาก : apple.com
Brand : Apple

iPhone XS และ iPhone XS Max

นี่เป็นเป็นสมาร์ทโฟนอีกรุ่นหนึ่งของ Apple ที่ได้ทำออกมาในการออกแบบดีไซน์ใหม่ที่ไม่ได้ทำการออกแบบใหม่มานานแล้ว และ เป็นรุ่นที่ถือได้ว่าอยู่บนสุดของเครื่องในรุ่น S ในสองรุ่นนี้นั่นก็คือ iPhone XS และ iPhone XS Max ที่ล้ำสมัยที่สุดเท่าที่เคยมีมาถือได้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ได้ก้าวล้ำไปอีกขั้น

iPhone Xs และ iPhone Xs Max นี้มีความโดดเด่นในด้านต่างๆที่มีความคล้ายๆกันแต่จะมีความแตกต่างกันที่ขนาดของหน้าจอและตัวเครื่อง คือ iPhone Xs จะมีขนาด 5.8 นิ้ว ความละเอียด 2436 x 1125 พิกเซล น้ำหนัก 177 กรัม และ iPhone Xs Max จะมีขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียด 2688 x 1242 พิกเซล น้ำหนัก 208 กรัม ซึ่งเป็นจอแสดงผลภาพแบบ Super Retina ที่สวยงามคมชัด เป็นการอัพเกรดมาจากจอ OLED ที่เคยมีการได้นำมาใช้ใน iPhone x มาก่อน เครื่องนี้ทั้งสองรุ่นมีอัตราส่วนคอนทราสต์ที่สูงมากถึง 1,000,000 ต่อ 1 ขอบเขตสีก็มีความกว้างมากด้วยเหตุนั้นเองทำให้มีความแม่นยำของสีที่ดีมาก

รวมถึงยังรองรับการรับชมคอนเทนต์วีดีโอแบบ HDR10 กับ Dolby Vision สามารถดูวิดีโอ ชมภาพยนตร์ หรือเล่นเกม ด้วยจำนวนพิกเซลกว่า 3 ล้านพิกเซล ระบบสัมผัสของหน้าจอมีมากถึง 120Hz touch-sensing ประเภทจอเป็นหน้าจอแบบกระจกแข็ง

ตัวเครื่องมีความสามารถในการกันน้ำซึ่งสามารถกันน้ำได้เพียงชั่วคราวเท่านั้นและกันน้ำได้ที่ความลึกไม่เกิน 2 เมตร และ ฝุ่นละอองที่มาตรฐาน IP68 พร้อมด้วยการเคลือบสารป้องกันรอยนิ้วมือ หรือ Anti-fingerprint display coating ในความสามารถด้านระบบเซ็นเซอร์นั้นก็จะมีเซ็นเซอร์ระบบจดจำใบหน้า ตรวจจับแสงปรับความสว่างอัตโนมัติ ตรวจจับความเคลื่อนไหวของตัวเครื่อง เซ็นเซอร์ระบบเปิด/ปิดหน้าจออัตโนมัติขณะสนทนา ระบบเซนเซอร์หมุนภาพ 3 แกน และ เซ็นเซอร์ระบบวัดความกดอากาศ

สามารถรองรับการใช้งานแบบ 2 ซิมการ์ด นั่นก็คือ Nano-SIM และ eSIM ระบบปฏิบัติการของตัวเครื่องจะเป็น iOS 12 ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการบนมือถือที่ล้ำสมัยซึ่งจะพาผู้ใช้ไปสัมผัสกับประสบการณ์ AR ที่ถือว่าสามารถทำงานได้ดีกว่าของเจ้าอื่นๆและมีความเสถียรมากกว่า สามารถทำงานร่วมกับ Siri เพื่อช่วยให้การใช้งานเครื่องนั้นทำได้ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น ชิพที่ทั้งฉลาดและทรงพลังได้ถูกใส่มาในเครื่องนั่นก็คือ ชิพ A12 Bionic ที่ออกแบบโดย Apple นี่ยังเป็นชิพแบบ 7 นาโนเมตรตัวแรกในสมาร์ทโฟน สามารถทำให้ประหยัดพลังงานได้มากยิ่งขึ้น A12 Bionic มีการฟิวชั่นแบบ 6 คอร์ โดยคอร์ประมวลผล 2 คอร์ คอร์ประหยัดพลังงาน 4 คอร์

mobile
ภาพจาก : apple.com
Brand : Apple

กล้องหลังของตัวเครื่องทั้งสองรุ่นจะใช้กล้องหลังคู่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล จะมีเลนส์มุมกว้าง f/1.8 ประกอบกับเลนส์เทเลโฟโต้ f/2.4 พร้อมด้วยระบบกันสั่นแบบ OIS สามารถถ่ายวิดีโอ 4K ที่ 60 fps ได้และมีการใช้งานอัดเสียงแบบสเตอริโอที่แยกซ้ายขวาได้ ยิ่งกว่านั้นยังมีไมโครโฟนมาให้ถึง 4 ตัว ความพิเศษของกล้องนี้จะมีการทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Neural Engine ที่จะมาช่วยในการประมวลผลการถ่ายภาพบุคคล และ ยังมีโหมด HDR อีก

ในส่วนของกล้องหน้าจะเป็นแบบ TrueDepth ความละเอียด 7 ล้านพิกเซล ใช้เลนส์มุมกว้าง f/2.2 พร้อมระบบกันสั่น OIS ในกล้องหน้านั้นสามารถถ่ายวิดีโอในความคมชัดแบบ 1080p ที่ 60 fps ได้ ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังนั้นสามารถที่จะปรับ Bokeh รวมถึงระยะชัดลึก-ชัดตื้นได้ใน Portrait mode ได้ทั้งคู่

ในระบบการรักษาความปลอดภัยของเครื่องนี้ก็ยังเป็น Face ID ที่สามารถสแกนใบหน้าได้เร็วและยังแม่นยำได้มาก ซึ่ง Face ID คือระบบยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าที่ปลอดภัยที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟน เพราะกล้อง TrueDepth นั้นได้ใช้เทคโนโลยีการรับรู้มิติในแนวลึกอันแม่นยำได้มากยิ่งขึ้น ระบบรักษาความปลอดภัยนั้นไม่ได้มีเพียงเท่านี้ยังมีระบบที่ใช้รหัสในการปลดล็อคตัวเครื่องที่มีรหัสถึง 6 ตัวด้วยกันอีกด้วย

เมื่อทำการแกะกล่องออกมาจะพบกับตัวเครื่องและที่สำคัญที่ขาดไม่ได้เลยคือ อะแดปเตอร์ชาร์จไฟล์แบบ USB-A ขนาด 5W มาพร้อมกับสาย Lightning USB-A to Lightning ที่มีความยาวถึง 1 เมตรด้วยกัน

ในกล่องยังมี Lightning Earpods หูฟังสำหรับต่อพอร์ต Lightning ในกล่องยังมีเข็มสำหรับจิ้มถอดเอาถาดใส่ซิมการ์ดออกมาพร้อมกับสติกเกอร์รูปโลโก้ Apple และ คู่มือแนะนำการใช้งานเบื้องต้น ตัวเครื่องทั้งสองสามารถรองรับการชาร์จไร้สายแบบ Qi Standard

ความแตกต่างกันของสองรุ่นนี้นั้นมีไม่มากมีเพียงแค่ที่ขนาดของตัวเครื่องและความจุแบตเตอรี่ที่ iPhone XS ให้มาที่ 2,659 mAh สามารถรองรับการชาร์จได้ถึง 3.81 V และ iPhone XS Max ให้มาที่ 3,179 mAh สามารถรองรับการชาร์จได้ถึง 3.80 V ใช้งานได้อย่างยาวนานมากกว่ารุ่น XS

iPhone Xs และ iPhone Xs Max จะมีจำหน่ายในรุ่นความจุ 64GB, 256GB และ 512GB ตัวเครื่องทั้งสองนั้นจะมีสีให้เลือกซื้ออยู่ทั้งหมดสามสีด้วยกันนั่นก็คือ สีเทาสเปซเกรย์ สีเงิน และสีทองใหม่ ซึ่งสามารถหาซื้อได้แล้วตามร้านจำหน่ายสมาร์ทโฟนชั้นนำทั่วประเทศ

ทางเราได้นำเสนอ iPhone Xs และ iPhone Xs Max ในบทความนี้ว่าตัวเครื่องทั้งสองนั้นไม่ได้มีความแตกต่างกันเรื่องความสามารถหลักมากนัก สำหรับใครที่ชอบจอใหญ่หน่อยและมีงบประมาณก็สามารถเลือกเป็นตัว iPhone Xs Max ได้เพื่อให้ได้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สามารถติดตามอ่านข่าวสารอื่นๆได้ที่ : inwesport

แหล่งที่มา : iphonemod.net / macthai.com / siamphone.com / apple.com