การออกแบบที่แปลกใหม่ของสมาร์ทโฟน Vivo S1 Pro

Vivo S1 Pro

ภาพจาก : flickr.com
Brand : Vivo

ปรับพัฒนาให้มีความสามารถมากขึ้น Vivo S1 Pro

Vivo S1 Pro สำหรับรุ่นนี้เป็นการพัฒนาจากรุ่นก่อนหน้านี้ และในรุ่นนี้ก็จะมีการปรับให้พัฒนาไปมากกว่าก่อนหน้านี้โดยที่ทุกอย่างก็จะเปลี่ยนไปแม้กระทั่งการออกแบบภายนอกของตัวเครื่องที่จะมีความแตกต่างไปจากเดิมมากและมาในคอนเซปต์ที่มีชื่อว่า Explore Your Style

ในเครื่องนี้จุดเด่นของมันอยู่ที่การออกแบบดีไซน์ตัวเครื่องใหม่ ซึ่งขนาดของตัวเครื่องจะอยู่ที่ 159.25 × 75.19 × 8.68 มิลลิเมตร มีน้ำหนักโดยรวมอยู่ที่ 187.6 กรัม ตัวเครื่องมีอยู่ทั้งหมดสองสีให้เลือกซื้อ ได้แก่ สี Knight Black ที่ตัวเครื่องจะเป็นสีดำสนิทจะมีการเล่นลวดลายด้านหลังตัวเครื่องเล็กน้อยให้ดูไม่เรียบมากจนเกินไป และ อีกสีคือ Fancy Sky จะมีการออกแบบให้เป็นสีขาวออกมุกและมีการทำให้สีออกเป็นสีรุ้งเมื่อมีแสงตกกระทบเป็นการเล่นเงาของตัวเครื่อง ทำให้ตัวเครื่องมีความสวยงามมากยิ่งขึ้น

การออกแบบของฝาหลังของตัวเครื่องจะมีการออกแบบในคอนเซปต์ที่ว่าเป็นการออกแบบแบบ Diamond คือจะมีการวางตัวกล้องไว้ด้านในกรอบและมีกล้องอยู่ในนั้นทั้งหมดสี่เลนส์ และการวางกรอบของตัวเครื่องจะเป็นทรงเหมือนกับเพชร ตัวแฟรชของเครื่องจะอยู่ด้านนอกตัวกรอบนั้นและวางอยู่ด้านล่าง กล้องทั้งสี่เลนส์นั้นจะประกอบไปด้วย

  • กล้องหลักความละเอียดสูงสุดที่ 48 ล้านพิกเซล รูรับแสงที่ f/1.8
  • Super wide-angle ความละเอียดสูงสุดที่ 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงที่ f/2.2
  • Super Macro ความละเอียดสูงสุดที่ 2 ล้านพิกเซล รูรับแสงที่ f/2.4
  • เลนส์ bokeh ความละเอียดสูงสุดที่ 2 ล้านพิกเซล รูรับแสงที่ f/2.4

ในส่วนของกล้องหน้านั้นจะมีความสามารถของ AI ซึ่งจะเป็น AI beautification ที่มีความละเอียดสูงสุดที่ 32 ล้านพิเซล รูรับแสงที่ f/2.0 ตัวกล้องสามารถบันทึกวีดีโอได้ในระดับ HD และรูปแบบการบันทึกไฟล์วีดีโอจะเป็น MPEG-4 โหมดที่จะมาช่วยส่งเสริมให้การถ่ายภาพนั้นมีความสนุกมากยิ่งขึ้นได้แก่ โหมดฉาก โหมดปรับหน้าสวยอัตโนมัติ โหมดปรับสัดส่วนร่างกาย โหมดถ่ายภาพพาโนราม่า โหมดเปลี่ยนภาพเซลฟี่เป็นอิโมจิ หรือ โหมด AR Emoji ที่จะเปลี่ยนใบหน้าของผู้ใช้งานให้กลายเป็นอีโมจิไม่ว่าจะตัวอะไรก็ตามที่ผู้ใช้งานต้องการ

ความสามารถด้านการซูมแบบดิจิตอลนั้นสามารถซูมได้ถึง 10 เท่าด้วยกันและซูมแบบ Optical ได้ถึง 2 เท่าด้วยกัน ขนาดภาพที่ได้จะมีความละเอียดสูงสุดถึง 8000 x 6000 พิกเซล

ตัวเครื่องนี้สามารถรองรับการใส่ซิมการ์ดได้สูงสุดถึงสองซิมการ์ดด้วยกันและสามารถใส่ MicroSD สามารถใส่ได้สูงสุดถึง 256GB แบตเตอรี่ของตัวเครื่องมีความจุถึง 4,500 mAh และสามารถรองรับระบบ Dual Engine Fast Charge ได้ที่9V2A

หน้าจอแสดงผลของตัวเครื่องจะเป็นแบบ Super AMOLED ที่มีความละเอียดแบบ Full HD+ และ 1080 x 2340 พิกเซล ตัวเครื่องนี้หน้าจอจะสามารถแสดงผลได้เต็มขอบมีขนาดของหน้าจออยู่ที่ 6.38 นิ้ว กล้องหน้าจะถูกวางไว้ที่ด้านบนของหน้าจอตัวเครื่อง ตัวเครื่องยังสามารซ่อนลำโพงสนทนาไว้ได้อย่างแนบเนียนรวมไปถึงระบบเซ็นเซอร์ต่างๆ ความพิเศษของทาง Vivo คือตัวหน้าจอแสดงผลจะมีฟิล์มกันรอยติดมาจากทางโรงงานให้เลย ระบบรักษาความปลอดภัยของตัวเครื่องคือสามารถสแกนลายนิ้วมือได้ภายใต้หน้าจอซึ่งจะถูกจัดวางไว้บริเวณด้านล่างของตัวหน้าจอ ความพิเศษด้านซอฟแวร์ที่ให้มาสร้างความแปลกใหม่ให้กับการใช้งานหน้าจอก็คือฟังก์ชั่น ก็คือ ฟังก์ชั่น Always on Display แต่ถึงอย่างไรก็ตามฟังก์ชั่นนี้ก็ไม่ได้แปลกใหม่มากนักสำหรับวงการมือถือที่ใช้ระบบปฏิบัติการแบบ Android

mobile
ภาพจาก : flickr.com
Brand : Vivo

ความพิเศษของระบบบนหน้าจอไม่ได้มีเพียงแค่เท่านี้ตัวหน้าจอยังสามารถใช้งานการจดจำลายนิ้วมือได้มากสูงสุดถึง 5 ลายนิ้วมือด้วยกันและยังมี Animation ภาพเคลื่อนไหวเมื่อผู้ใช้งานทำการแตะนิ้วมือลงไปบนหน้าจอเพื่อทำการปลดล็อคได้อีกมากถึง 7 แบบด้วยกันความสามารถด้านการปลดล็อคลายนิ้วมือนั้นก็สามารถทำได้อย่างรวดเร็วสร้างความประทับใจให้กับผู้ใช้งานได้เป็นอย่างมาก

ตัวเครื่องรอบด้านจะออกแบบมาให้สามารถจับได้อย่างถนัดมือ ด้านซ้ายของตัวเครื่องจะมีช่องสำหรับถาดใส่ซิมการ์ด ด้านขวาของตัวเครื่องจะเป็นปุ่มสำหรับปรับเพิ่มเสียงลดเสียง และถัดลงมาจะเป็นปุ่มเปิดและปิดเครื่อง ตัวปุ่มเปิดปิดเครื่องจะมีการทำให้สีมีความแตกต่างจากสีของตัวเครื่องเพื่อให้ดูโดดเด่น ด้านบนของตัวเครื่องจะมีช่องสำหรับเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตรอยู่ถัดจากช่องนั้นจะเป็นช่องสำหรับไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน ด้านล่างของตัวเครื่องจะมีช่องสำหรับชาร์จแบตเตอรี่เข้าสู่เครื่องเป็นพอร์ตแบบ USB Type C และถูกขนาบด้วยช่องของลำโพงเสียงและไมโครโฟนรับเสียงของตัวเครื่อง

ระบบปฏิบัติการของตัวเครื่องจะเป็น Android 9.0 Pie ซึ่งจะถูกครอบทับด้วย Funtouch OS 9.2 หน่วยประมวลผลของตัวเครื่องที่ให้มาจะเป็น Qualcomm Snapdragon 665 Octa Core ที่สามารถประมวลผลได้เร็วสูงสุดถึง 2.0 GHz RAM ของตัวเครื่องที่ให้มานั้นจะอยู่ที่ 8GB ตัวเครื่องสามารถรองรับระบบ Bluetooth 5.0 และสามารถรองรับการถ่ายโอนข้อมูลกับ Flash Drive โดยตรง

เป็นอย่างไรกันบ้างกับโทรศัพท์มือถือ vivo S1 Pro ที่ทางเราได้นำมาเสนอในวันนี้ และสำหรับตัวเครื่องนี้ก็มีราคาอยู่ที่ประมาณ 9,999 บาทซึ่งถือได้ว่ามีราคาไม่แพงเกินไปมากนัก ถ้านำมาใช้งานแบบธรรมดาไม่เน้นการเล่นเกมหนักๆ แต่เน้นการถ่ายภาพมากกว่าก็มีความเหมาะสมอยู่พอสมควรสำหรับสายผู้ใช้งานที่ชอบในการถ่ายเซลฟี่

สามารถติดตามอ่านข่าวสารอื่นๆได้ที่ : inwesport

แหล่งที่มา : siamphone.com / vivo.com / whatphone.net / th.priceprice.com