iPad Pro 2020 เปลี่ยนแท็บเล็ตให้กลายเป็นโน้ตบุ๊ค

iPad Pro 2020

ภาพจาก : Apple.com
Brand : Apple

iPad Pro รุ่นที่ 4 อัพเกรดให้กลายเป็นโน้ตบุ๊ค

สำหรับ iPad Pro แล้วในปัจจุบันตอนนี้รุ่นล่าสุดเป็นรุ่น iPad Pro 2020 ซึ่งถือเป็นรุ่นที่ 4 ที่ได้เปิดตัวออกมา ตัวเครื่องมีการอัพเดทจากรุ่นก่อนหน้า ทั้งในเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอกและกล้องหลังที่มีมากขึ้นพร้อมกับความสามารถของกล้องที่เทียบเท่ากับ iPhone รุ่นล่าสุดได้เลย

สำหรับ iPad Pro รุ่นนี้ได้เปิดตัวออกมาหลังจากรุ่นก่อนหน้าถึงสองปี และ ตัวเครื่องได้มีการเปลี่ยนแปลงระบบภายในไม่ว่าจะเป็นหน่วยประมวลผลที่ถูกเปลี่ยนให้มาเป็น chipset แบบ A12Z Bionic ซึ่งจะมีความเร็วและแรงกว่ารุ่นก่อนหน้าตัวชิปเซตนี้จะมีระบบประมวลผลมากถึง 8 Core และใน 8 Core นั้นก็จะประกอบไปด้วย 4 Core สำหรับประมวลผลด้านประสิทธิภาพของเครื่อง และอีก 4 ข้อในการประมวลผลแบบประหยัดพลังงานหรือก็คือสำหรับการใช้งานทั่วไป และด้วยหน่วยประมวลผลภายในที่ถูกคัดเกรดขึ้นจะทำให้สามารถรองรับการทำงานอย่างหนักได้เช่นการตัดต่อระดับ 4K หรือการออกแบบโมเดลแบบ 3D ได้เลย หรือการเล่นเกมที่มีความสมจริงมากพอสมควรอย่างเกม PUBG หรือ ROV เกมที่ได้รับความนิยมบนแพลตฟอร์มสมาร์ทโฟน สำหรับ chipset ที่ถูกใส่มานี้จะมีตัวเทคโนโลยีที่ชื่อว่า Neural Engine โดยเทคโนโลยีนี้จะช่วยในการประมวลผลด้าน AI หรือการเรียนรู้ของระบบให้สามารถทำงานได้หลายล้านรายการต่อวินาที

iPad Pro 2020
ภาพจาก : Apple.com
Brand : Apple

ตัวหน้าจอของ iPad Pro 2020 นี้จะมีอยู่ 2 ขนาดด้วยกัน ซึ่งก็คือขนาด 12.9 นิ้วที่จะมีความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ 2732 x 2048 พิกเซล และขนาดหน้าจอ 11 นิ้วจะมีความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ 2388 x 1668 พิกเซล ทั้ง 2 ขนาดนั้นจะมีความหนาแน่นของพิกเซลในหน้าจอแสดงผลเท่ากันที่ 264 พิกเซลต่อนิ้ว ตัวเครื่องสามารถให้ความสว่างได้สูงสุดถึง 600 นิตด้วยกัน และ ยังมีสารสำหรับเคลือบกันรอยนิ้วมือลงบนตัวเครื่องและหน้าจอ พร้อมทั้งยังเคลือบสารที่ป้องกันแสงสะท้อนด้วย หน้าจอของตัวเครื่องเป็นจอแสดงผลแบบ Liquid Retina และ ยังสามารถรองรับการแสดงผลแบบ True Tone

ตัวเครื่องมีการทำขอบจอให้บางเป็นพิเศษมากกว่าเดิมและตัวเครื่องก็ยังคงบางกว่าเดิมด้วย วัสดุที่ใช้ในการผลิตเป็นอลูมิเนียมที่เพิ่มความสวยงามและดูแข็งแรงให้กับตัวเครื่องได้เป็นอย่างดี สีที่มีให้เลือกสำหรับ iPad Pro จะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 2 สีด้วยกันคือ สีเงิน และ สีเทาสเปซเกรย์ น้ำหนักของทั้ง 2 ขนาดจะมีความแตกต่างกันเล็กน้อยเพราะด้วยขนาดของตัวเครื่องแล้ว

ด้านบนของตัวเครื่องจะมีลำโพงที่ให้มามากถึง 2 ตัวด้วยกันโดยจะอยู่ที่ซ้ายและขวา ตรงกลางจะเป็นตำแหน่งของไมโครโฟนที่ให้มามากถึง 2 ตัวด้วยกัน ส่วนอีก 1 ไมโครโฟนจะถูกติดตั้งไว้รวมกับระบบของกล้องแบบ TrueDepth ด้านข้างของลำโพงทางขวาจะมีปุ่มสำหรับเปิดปิดหน้าจอและเปิดปิดตัวเครื่องได้อยู่หนึ่งปุ่ม ด้านล่างของตัวเครื่องจะเป็นลำโพงอีก 2 ตัว และถ้าหากมองโดยรวมแล้วตัวเครื่องนี้จะมีลำโพงอยู่ทั้งหมด 4 ตัวด้วยกันเรียกได้ว่าใช้สำหรับในการดูหนังหรือฟังเพลงได้อย่างมีอรรถรสเป็นอย่างมาก ตรงกลางระหว่างลำโพงทั้ง 2 ตัวเป็น port สำหรับ USB Type C ที่จะใช้ในการชาร์จแบตเตอรี่เข้าสู่ตัวเครื่อง ด้านข้างของตัวเครื่องยังมีไมโครโฟนติดมาให้อีก 1 ตัว ทำให้ตัวเครื่องนี้สามารถรองรับการใช้งานด้านเสียงในระดับสตูดิโอ

อีกข้างหนึ่งของตัวเครื่องจะมีปุ่มสำหรับเพิ่มและลดเสียงพร้อมกับตรงกลางที่จะเป็นช่องสำหรับแม่เหล็กเพื่อให้สามารถแนบติดกับ Apple Pencil รุ่นที่ 2 สำหรับรุ่นที่สามารถรองรับการใส่ซิมการ์ดได้จะมีถาดสำหรับใส่ซิมการ์ดอยู่ แต่จะไม่มีในรุ่นที่ใช้เฉพาะ WiFi

ด้านหลังของตัวเครื่องจะมีกล้องอยู่ทั้งหมด 2 ตัวเป็นกล้องคู่ซึ่งจะถูกวางอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมด้านมุมซ้ายบน ด้านในกรอบยังมี LiDAR Scanner และ ไฟแฟลชแบบ True Tone อีกทั้งยังมีไมโครโฟนอีก 1 ตัวอยู่ภายในกรอบนั้นด้วย โดยตัวกล้องจะมีรายละเอียดความคมชัดดังนี้

  • กล้องหลังมีความละเอียดสูงสุดอยู่ที่ 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด f/1.8
  • กล้อง Ultra Wide มุมกว้าง 120 องศามีความละเอียดสูงสุดที่ 10 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด f/2.4

ตัวกล้องของ iPad Pro นี้ สามารถใช้ในการถ่าย vdo สูงสุดถึง 4K ด้วยกัน และยังสามารถซูมได้มากถึง 5 เท่าด้วยกัน ด้านล่างของตัวฝาหลังตัวเครื่องจะมี Smart connector ที่จะอยู่ด้านล่างของตัวเครื่องเอาไว้สำหรับเชื่อมต่อกับ Smart Keyboard หรือ Magic Keyboard ที่สามารถใช้แทนเคสของตัวเครื่องได้

กล้องหน้าของตัวเครื่องจะมีความละเอียดอยู่ที่ 7 ล้านพิกเซล อีกทั้งยังสามารถใช้ในการปลดล็อคด้วยการสแกนใบหน้าซึ่งเป็นระบบรักษาความปลอดภัยของตัวเครื่องที่เรียกว่า Face ID

สำหรับเทคโนโลยีที่เรียกว่า LiDAR Scanner ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะถูกจัดวางเอาไว้ที่ด้านหลังของตัวเครื่องและอยู่ภายในกรอบเดียวกันกับของตัวกล้อง เทคโนโลยีนี้ได้ใช้เทคโนโลยี Time-of-Flight มาช่วยวัดระยะเวลาที่แสงใช้ในการเดินทางไปยังวัตถุและสะท้อนกลับมาได้ไกลสูงสุดถึง 5 เมตรทำให้การถ่ายภาพนั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สำหรับราคาของตัว iPad Pro 2020 นี้ จะมีความแตกต่างกันตามขนาดของหน้าจอและรูปแบบของตัวเครื่องซึ่งผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูผ่านเว็บไซต์ Apple ได้เลย ทางเราบอกเลยว่าหากใครที่กำลังมองหาโน๊ตบุ๊คสักเครื่องและต้องการพกพาง่ายแล้ว iPad Pro 2020 ก็สามารถใช้แทนได้

สามารถติดตามอ่านข่าวสารอื่นๆได้ที่ : inwesport

แหล่งที่มา : flashfly.net / whatphone.net / siamphone.com / iphonemod.net