สุดเศร้าอัพVGB ผู้บุกเบิกอีสปอร์ตจากไปด้วยCovid-19 ระหว่างกักตัว

inwesport

ภาพจาก Facebook Kunlasub Wattnaphon

อัพ VGB อดีตนักกีฬาอีสปอร์ต ติดโควิดเสียชีวิต เผยกักตัวรอตรวจ หลายวันจนอาการโคม่า สายด่วนโทรไม่ติด – โทรเช็กเตียงตาม รพ.กลับโดนด่า

วันนี้(24 เม.ย.64) เวลาประมาณ 01.00 น. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Prab Laoharojanaphan โพสต์แจ้งข่าวการจากไปของ “อัพ VGB” นายกุลทรัพย์ วัฒนผล นักกีฬาอีสปอร์ตยุคแรกๆ ของไทย ซึ่งเสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 โดยต้องรอนานมากกว่า 1 สัปดาห์ ระบุ 

“หากใครโตทัน “คลื่นลูกแรก” ของวงการอีสปอร์ตไทย ในยุคที่การแข่งเกมเป็นเรื่องของเด็กเนิร์ดกลุ่มเล็กๆของประเทศนี้ เวลาจัดแข่งทีก็ไปเหมาร้านเกมแข่งขันกัน เวลาไปแข่งกับต่างประเทศก็ต้องออกเงินกันเอง เช่าเซิฟเวอร์แข่งกันเอง ไม่มีสปอนเซอร์ ไม่มีเงินรางวัลหลักแสนหลักล้าน มีแต่รางวัลเป็นอุปกรณ์คอมฯ มูลค่าไม่กี่บาท

ใครที่โตทันยุคนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จัก “พี่อัพ VGB” กุลทรัพย์ วัฒนผล หัวหน้าแคลน VGB (Vagabond Team) ทีมอีสปอร์ตที่ใหญ่มากๆ เมื่อ 17 ปีก่อน ส่งแข่งทุกรายการ กับเกมทุกประเภท ตั้งแต่เกมแข่งรถ เกมฟุตบอล ไปจนถึงเกมวางแผนการรบ

inwesport
ภาพจาก Facebook Kunlasub Wattnaphon

หลังจากที่ครอบครัวซื้อคอมพิวเตอร์ที่เล่นเกมได้เครื่องแรกตอน ม.3 ซึ่งเปิดโอกาสให้เราเข้าถึงชุมชนออนไลน์ของเหล่าฮาร์ดคอเกมเมอร์ (ไม่ใช่แค่เล่นเกมออนไลน์ แต่เป็น PC Master Race) ที่ตอนนั้นยังเป็นเพียงเด็กเนิร์ดไม่กี่คนจากโรงเรียน-มหาลัยต่างๆ การได้รู้จักกับพี่อัพถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตวัยเด็ก

พี่อัพในฐานะหัวหน้าแคลน VGB ได้เปิด “โลกการแข่งขัน” อย่างมืออาชีพของเกมเมอร์ คนเล่นเกมที่ไม่ใช่แค่เอาสนุก แค่ติดตามเนื้อเรื่องหรือหลงไหลในเทคโนโลยี แต่คือการฝึกฝน คือการชิงไหวชิงพริบและความเป็นหนึ่ง พี่อัพเป็นยอดฝีมือ “เกมวางแผนการรบ (RTS)” ของประเทศไทย แชมป์ประเทศไทยของเกมอย่าง Dawn of War, Company of Heroes และเกมวางแผนอีกหลายๆเกม

เมื่อได้เป็นส่วนหนึ่งในทีมอีสปอร์ตยุคนั้น พี่อัพได้แนะนำเราเรื่องที่เหนือจินตนาการจะได้เรียนรู้ของเด็กม.3 หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐศาสตร์ในเกมวางแผนการรบ การประยุกต์กลยุทธซุนวู ฝึนฝน situational awareness แม้จะเป็นโอตาคุโม้ๆบ้าง แต่พี่อัพเป็นที่รักและผูกพันของน้องๆเสมอ แม้ยุคคลื่นลูกแรกของวงการอีสปอร์ตไทยจะผ่านไปแล้วหลายสิบปีก็ตาม เราต่างเติบโตในเส้นทางชีวิตที่หลากหลาย แต่เรามีประสบการณ์วัยรุ่นร่วมกันที่น้อยคนในประเทศนี้จะมีเหมือนกับเรา

หลังจากที่ไม่ได้เจอกันหลายปี แต่วันนี้ทราบข่าวแล้วว่าคงไม่มีโอกาสได้เจอกันอีก ขอนำ timeline ของพี่อัพที่ พี่ภูภู่สรุปไว้สั้นๆ มาเล่าต่อครับ 

17 เม.ย. – เขาตั้งสเตตัสว่ากักตัวเองมา 5 วันแล้ว ไม่มีโควต้า รพ.ไหนให้เขาเข้าไปตรวจ

21 เม.ย. – เขาเข้าแอดมิด ตรวจพบเชื้อ และเชื้อลงปอดไปแล้ว จำเป็นต้องต่อเครื่องช่วยหายใจ

13 ชั่วโมงที่ผ่านมา – เขาเข้า ICU ออกซิเจนเหลือ 80 กว่า ปอดเสียหายไปแล้วกว่า 80%

เมื่อหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา – หัวใจเขาหยุดเต้น หมอได้ทำการขออนุญาตปั้มหัวใจ

เพิ่มเติม เมื่อ 5 นาทีที่ผ่านมา – เขาได้จากไปแล้วครับ

ทั้งนี้จากการตรวจสอบเฟซบุ๊ก Kunlasub Wattnaphon เฟซบุ๊กของผู้ตาย พบว่ามีการไลฟ์ระบุอาการ พร้อมเผยด้วยว่าได้โทรเช็กเตียงตาม รพ.กลับโดนเจ้าหน้าที่ทั้งดุทั้งด่าทั้งไล่ โดยโพสต์ล่าสุดเปิดเผยว่า ทางผู้ตายได้พยายามติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว และไม่กล้าเรียกแท็กซี่มารับตัวเนื่องจากกลัวแพร่เชื้อ แต่ก็ไม่สามารถขับรถไป รพ.เองได้ จนสุดท้ายอาการทรุดหนัก โดยระบุรายละเอียดว่า 

“ไปดูอัพมา อัพตัวเเข็ง มือเท้าเย็นเลือดไหลที่จมูก ตายตาไม่หลับ พยายามปิดให้หลายครั้งเเต่ก็ไม่หลับ ก่อนไป ICU มันเพิ่งหันหน้ามาถามว่าอยู่คนเดียวเหงาไหม เดี๋ยวกูรีบกลับมา เเต่อัพก็ไม่มีโอกาสได้กลับมาเเล้ว อัพไม่อยากตาย อัพโทรหาหน่วยงานทุกหน่วยเพื่อให้ได้รอดชีวิต เพราะเหนื่อยมาก เเล้วก็ที่ตรวจโควิทเเถวบ้านไม่มี มีก็ไกลเลย อัพหายใจไม่ออกไปไม่ไหว อัพมีความรับผิดชอบต่อสังคม ไม่เรียกเเกรปหรือเเทคซี่เพราะกลัวคนอื่นติด เเต่ขับรถเองไม่ไหว เลยทำให้อัพทรุดหนัก จากไปอย่างสงบเเล้ว” 

หากระบอบแห่งความล้มเหลวยังคงลอยหน้าลอยตาอยู่ต่อไป จากนี้ไปเราจะมีความทรงจำร่วมกันว่า ใครใกล้ตัวที่จากเราไปบ้าง ในช่วงเวลาที่สิ้นหวังที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศนี้ ขอบคุณพี่อัพสำหรับความทรงจำในวัยเด็กที่พิเศษที่สุด ด้วยรักตลอดไป จาก LerSuang (VGB TEAM B )” 

ที่มา  อัมรินทร์ทีวี