รีวิว ลำโพง Klipsch The Nines Home Speaker

รีวิว ลำโพง Klipsch The Nines Home Speaker

หากจะให้พูดถึงแบรนด์ลำโพงยอดนิยมที่มีจุดเด่นในเรื่องของรูปร่างหน้าตาที่คลาสสิคแต่อัดแน่นไปด้วยฟังก์ชันสุดล้ำสมัย และแนวเสียงที่ยอดเยี่ยมโดดเด่นด้วยไดรเวอร์พิเศษที่เป็นเทคโนโลยีเฉพาะของทางแบรนด์อย่าง Tractrix Horns ที่ให้เสียงที่โดดเด่นแตกต่างจากไดรเวอร์ทั่ว ๆ ไป คงจะเป็นแบรนด์ไหนไปไม่ได้เลยนอกจากแบรนด์ Klipsch นั่นเอง โดยแบรนด์ Klipsch เองก็มีลำโพงรุ่นยอดนิยมมากมายโดยเฉพาะรุ่นที่มีชื่อเป็นตัวเลขที่เป็นรุ่นเด่น ๆ และได้รับความนิยมเป็นพิเศษ เช่น Klipsch The One, Klipsch The Three และ Klipsch The Fives เป็นต้น และล่าสุดกับลำโพงรุ่นใหม่ล่าสุดจากซีรีส์ตัวเลขกับ ลำโพง Klipsch The Nines Home Speaker ที่ต้องบอกเลยว่าอัดแน่นจัดเต็มไปด้วยฟังก์ชันการใช้งานสุดล้ำที่ครบครัน รูปร่างหน้าตาสุดพรีเมียมผสมผสานกับความคลาสสิค แบบที่เห็นแล้วละสายตาไปไม่ได้เลยจริง ๆ โดยจะมีฟังก์ชันใดเด่น ๆ และน่าสนใจมากแค่ไหนนั้น ในครั้งนี้ mercular.com ก็ได้นำมารีวิวแบบเต็ม ๆ ให้ได้อ่านกันแล้ว ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลยครับ

Key-Highlight

ลำโพงบ้านสุดพรีเมียมผสมผสานความล้ำสมัย
วัสดุเกรดไฮเอนด์ที่มีความหรูหราและทนทานสูง
รองรับการเชื่อมต่ออย่างครบครันไร้สายและมีสาย
รองรับเสียงระดับ Hi-Res 192kHz / 24-bit
ไดรเวอร์แบบพิเศษ Tractrix Horns 90° x 90°
ไดรเวอร์ TitaniumTweeter ขนาด 1 นิ้ว
ไดรเวอร์ Woofer แบบ Long-throw ขนาด 8 นิ้ว
เสียงดังกระหึ่มถึงใจด้วยแรงขับที่สูงถึง 480 watt-peak
Bass EQ ปรับเปลี่ยนได้แบบ Dynamic
รองรับการใช้งานกับแอพ Klipsch Connect
ควบคุมสะดวกด้วยส่วนควบคุมแบบล้อหมุน

การเชื่อมต่อ

Bluetooth 5.0
HDMI-ARC
Phono/Line analog
AUX/3.5 mm.
Optical Digital
USB Digital

อุปกรณ์ภายในกล่อง

1 x Klipsch The Nines
1 x สาย HDMI (ยาว 1.5 เมตร)
1 x สาย USB Type-B to USB Type-A (ยาว 1.5 เมตร)
1 x สาย 4-Conductor (ยาว 4 เมตร)
1 x สาย Extension 4-Conductor (ยาว 2 เมตร)
1 x สายไฟ
1 x คู่มือการใช้งาน
รูปทรงสุดหรูในสไตล์ยุค Mid-Century

ลำโพง Klipsch The Nines Home Speaker เป็นลำโพงบ้านระดับพรีเมียมที่มาพร้อมรูปร้างหน้าตาสุดหรูหราสไตล์ Mid-Century ที่เป็นการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Klipsch ตามคาแรคเตอร์ของลำโพงในซีรีส์ Klipsch Heritage ที่เป็นการสานต่อมรดกดีไซน์สุดคลาสสิคจากการออกแบบของ Paul W. Klipsch โดยมาพร้อมขนาดที่ใหญ่ถึงใจที่ H: 485.8 x W: 241.3 x D: 339.7 มิลลิเมตร และลำโพงตัวหลักมีน้ำหนักที่ 12.88 กิโลกรัม ส่วนลำโพงตัวรองน้ำหนักอยู่ที่ 12.25 กิโลกรัม

เชื่อมต่อครบใช้งานได้กับหลายอุปกรณ์

สำหรับการเชื่อมต่อของ ลำโพง Klipsch The Nines Home Speaker นั้นพูดได้เลยว่าตอบโจทย์การใช้งานร่วมกับทุกอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเล่นแผ่นเสียง, TV หรือ PC ด้วยการเชื่อมต่อที่ครบครันประกอบไปด้วย Bluetooth เวอร์ชั่น 5.0 รองรับ Codec ไร้สายสูงสุดที่ aptX HD ส่วนการเชื่อมต่อมีสายรองรับ Phono/Line analog สำหรับการเชื่อมต่อกับเครื่องเล่นแผ่นเสียง, HDMI-ARC สำหรับการเชื่อมต่อกับ TV, USB Digital สำหรับการเชื่อมต่อกับ PC และการเชื่อมต่อมาตรฐานอย่าง AUX/3.5 mm. และ Optical Digital

รองรับการเล่นเสียง Hi-Res 192kHz / 24-bit

ในการเชื่อมต่อเข้ากับ PC ผ่านสาย USB นั้น ลำโพง Klipsch The Nines Home Speaker ยังรองรับการถอดรหัสในระดับ Hi-Res ถึง 192kHz / 24-bit รวมถึงรองรับการส่งสัญญาณแบบ Lossless เมื่อเชื่อมต่อไร้สายผ่าน Bluetooth Codec aptX HD ขับเสียงได้เต็มครบทุกรายละเอียดเสียงผ่าน Amp ภายในตัวโดยไม่จำเป็นต้องใช้งานร่วมกับ Receiver แบบในอดีตอีกต่อไป และด้วยแรงขับที่สูงมาก ๆ ถึง 240W และ 480W Peak ทำให้เสียงที่ได้นั้นดังกระหึ่มครอบคลุมทั้งห้องได้ผสบาย ๆ

สเปกเสียงจัดเต็ม เพื่อคุณภาพที่ยอดเยี่ยม

ด้านสเปกเสียงของ ลำโพง Klipsch The Nines Home Speaker ก็ต้องบอกเลยว่ายังคงจัดเต็มตามมาตรฐานของ Klipsch และไม่ทำให้ผิดหวังอันประกอบไปด้วยไดรเวอร์สำหรับเสียงสูงอย่าง Titanium LTS vented tweeter บน Tractrix horn ขนาดข้างละ 1 นิ้ว สำหรับขับเสียงย่านกลาง – สูง และไดรเวอร์สำหรับเสียงต่ำอย่าง High-excursion fiber-composite cone woofer ขนาดข้างละ 8 นิ้ว สำหรับขับเสียงย่านกลาง – ต่ำ รวมถึงให้เบสที่กระหึ่มและลงได้ลึกด้วย Bass-reflex ผ่านท่อยิงเสียงเบสที่ด้านหลัง

ลำโพง Klipsch The Nines Home Speaker

ขอบคุณรูปภาพจาก : mercular.com

วัสดุและงานประกอบ

ลำโพง Klipsch The Nines Home Speaker เป็นลำโพงบ้านที่มีจุดเด่นในเรื่องของการออกแบบที่หรูหราสไตล์ Mid-Century และการเลือกใช้วัสดุสุดพรีเมียม โดยตัวลำโพงนั้นทำจากวัสดุไม้ MDF และเคลือบด้วยวีเนียร์ไม้แท้ที่ไม่เพียงแต่ทำให้ตัวลำโพงนั้นดูหรูหรามาก ๆ เท่านั้น แต่ยังมีความทนทานแข็งแรงอีกด้วย และจากการที่ลำโพงนั้นเคลือบผิวด้วยวีเนียร์ไม้แท้ทำให้สีของตัวลำโพงยังคงความคลาสสิค สีไม่หมอง หรือเก่าก่อนเวลาอันควรแม้จะตั้งวางไว้นานแล้วก็ตามอีกด้วย

 

ตัวลำโพงยังมาพร้อมฝาตะแกรงตาข่ายหนาแบบแม่เหล็กที่สามารถถอดเข้าออกได้อย่างง่ายดาย สามารถถอดออกเพื่อโชว์ช่องขับเสียงภายในได้ หรือจะปิดฝาตะแกรงเอาไว้ก็ดูคลาสสิคไปอีกแบบด้วยโลโก้ Klipsch ที่อยู่ด้านล่างมุมขวาของตะแกรงลำโพงทั้งข้างซ้ายและข้างขวา

 

ในส่วนของงานประกอบของ ลำโพง Klipsch The Nines Home Speaker ด้วยความที่ตัวลำโพงเป็นไม้ MDF ทั้งชิ้น ทำให้แทบไม่มีรอยต่อระหว่างลำโพงให้เห็น และยังให้ความรู้สึกที่แน่นหนาพรีเมียมในระดับที่เรียกได้ว่าสมราคา สามารถเป็นได้ทั้งลำโพงบ้านและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านอีก 1 ชิ้นได้สบาย ๆ

การเชื่อมต่อ

ลำโพง Klipsch The Nines Home Speaker มาพร้อมการเชื่อมต่อที่ครบครันทั้งมีสายและไร้สายตามที่ได้กล่าวไปในข้างต้น ซึ่งส่วนของการเชื่อมต่อ Bluetooth นั้นสามารถเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย ดังนี้ครับ

 

1. กดปุ่ม Pairing ที่ด้านหลังลำโพง หรือปุ่ม Bluetooth ที่รีโมทค้างไว้ 3 วินาที

2. ไฟแสดงสถานะที่ตัวลำโพงจะกระพริบ แสดงว่าลำโพงเข้าสู่โหมด Pairing เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

3. ไปที่การตั้งค่า Bluetooth ที่ Smartphone จากนั้นเลือกเชื่อมต่อ Klipsch The Nines

4. เมื่อเชื่อมต่อสำเร็จไฟแสดงผลจะหยุดกระพริบ

5. เท่านี้ก็เป็นอันเชื่อมต่อสำเร็จครับ

 

การควบคุม

ส่วนของการควบคุม ลำโพง Klipsch The Nines Home Speaker จะเป็นล้อโลหะแบบหมุนสีเงินด้านบนลำโพงข้างขวา แบ่งการควบคุมเป็น 2 ส่วนประกอบไปด้วย ส่วนแรกสำหรับเลือกโหมดการเชื่อมต่อที่มีไฟแสดงสถานะการเชื่อมต่อ และส่วนที่ 2 สำหรับการปรับระดับเพิ่ม – ลดเสียง ที่ทั้ง 2 ส่วนสามารถใช้งานได้ง่าย วงล้อหมุนได้อย่างง่ายดายไม่มีอาการฝืดหรือควบคุมไม่ได้ดั่งใจแต่อย่างใดครับ

รีโมทสำหรับควบคุม

ในส่วนของการควบคุม ลำโพง Klipsch The Nines Home Speaker นั้นไม่เพียงแต่จะควบคุมได้ผ่านวงล้อควบคุมที่ตัวลำโพงเท่านั้น แต่ยังสามารถควบคุมได้อย่างอิสระผ่านทางรีโมทที่ให้มาด้วยได้เช่นกัน โดยสามารถควบคุมได้อย่างครบครันไม่ว่าจะเป็น เปิด/ปิด ลำโพง, ควบคุมการเล่นเพลง, เพิ่ม/ลด เสียง, Mute เสียง, เพิ่ม/ลด เสียง Subwoofer, Sub Reset และเลือกโหมดการเชื่อมต่อต่าง ๆ

 

App Klipsch Connect

ลำโพง Klipsch The Nines Home Speaker ยังรองรับการใช้งานร่วมกับแอพ Klipsch Connect สำหรับปลดล็อคการตั้งค่าเพิ่มเติม และยังสามารถใช้ควบคุมลำโพงได้อีกทางนอกจากควบคุมที่ตัวลำโพงและควบคุมผ่านรีโมทได้อีกด้วย โดยในส่วนของการใช้งานตั้งค่าต่าง ๆ ผ่านแอพนั้นมีดังนี้ครับ

 

ปรับ Equalizer
เปิด/ปิด การใช้งาน Dynamic Bass
เปิด/ปิด โหมดการขับเสียงในเวลากลางคืน
ปรับเปลี่ยนโหมดการเชื่อมต่อ
เพิ่ม/ลด เสียง
เปิด/ปิด โหมดการเปิด/ปิดอัตโนมัติ
ตั้งค่าการใช้งาน Subwoofer
ปรับเปลี่ยนโหมดการขับเสียงให้เหมาะกับการตั้งวางตัวลำโพง
ลงทะเบียนผลิตภัณฑ์
Factory Reset
รีวิวเสียง

ลำโพง Klipsch The Nines Home Speaker มาพร้อมแนวเสียงที่ยอดเยี่ยม และดังกระหึ่มถึงใจ รวมถึงรองรับเสียงคุณภาพสูงในระดับ Hi-Res ตอบโจทย์การใช้งานในแทบทุกกิจกรรมไม่ว่าจะเป็นการใช้งานฟังเพลง การใช้งานกับ TV การใช้งานรับชมภาพยนตร์ ไปจนถึงการใช้งานในการเล่นเกมก็ให้ประสบการณ์เสียงที่กระหึ่มสมจริงจนเรียกได้ว่าคุ้มค่าคุ้มราคาอย่างแน่นอน โดยรายละเอียดเสียงนั้นมีดังนี้

 

เสียงกลาง : เริ่มกันที่เสียงกลางภาพรวมเนื้อเสียงนั้นมีความเคลียร์ ใส เนื้อเสียงมีความโปร่ง สะอาด หรือพูดได้ว่าเป็นเสียงกลางที่พรีเมียมและราคาแพงมากๆ รายละเอียดเสียงต่างๆ นั้นมาอย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็นการใช้งานฟังเพลงก็ได้ยินเสียงเครื่องดนตรีชัด หรือการใช้งานรับชมภาพยนตร์ก็ได้ยินเสียพูดและเสียงบรรยากาศต่างๆ ที่ครบถ้วนจนแทบไม่มีเสียงใดที่หลุดรอดออกไป
เสียงสูง : สำหรับเสียงย่านสูงนั้นต่อยอดมาจากย่านเสียงกลางที่มีความใสและให้รายละเอียดที่ครบถ้วน ทำให้เสียงสูงของรุ่นนี้นั้นมีความเคลียร์และใสไม่แพ้กัน ในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกของเสียงอุ่นแบบอนาล็อกจากไดรเวอร์เสียงแบบพิเศษอย่าง Tractrix Horns ทำให้ภาพรวมเสียงสูงที่ได้นั้นมีความอิ่ม ฟังสบายหู ทอดไปได้ไกลตรงตามตัวโน๊ตในขณะเดียวกันเนื้อเสียงก็หนาไม่แห้งแบน รวมถึงปลายเสียงตัดได้เคลียร์ไม่มีการแตกหรือพร่าปลาย
เสียงเบส : ขึ้นชื่อว่าเป็นแบรนด์ Klipsch แน่นอนว่าเสียงเบสที่ได้ไม่ทำให้ผิดหวังและในรุ่นนี้ก็เช่นเดียวกัน ที่แม้จะไม่ได้มีลำโพง Subwoofer แยกมาให้หากต้องการต่อก็จำเป็นที่จะต้องซื้อเพิ่ม แต่ก็ยังให้เบสได้ลึกและนิ่มนวลไม่แพ้ลำโพง Subwoofer เลยแม้แต่น้อย โดยภาพรวมเสียงเบสนั้นลูกใหญ่ นิ่มนวล แรงส่งกำลังดีพุ่งมาปะทะหูแบบนิ่มนวลสไตล์เบสแบบผู้ดี เป็นเสียงเบสที่ฟังแล้วรู้สึกได้ในทันทีว่าเป็นเบสจริงไม่ใช่เบสสังเคราะห์ รายละเอียดครบถ้วนทั้งหัวเบสและท้ายเบส
เวทีเสียง : ในส่วนของเวทีเสียงด้วยความที่เป็นลำโพงระบบเสียง Stereo ไม่ได้มีระบบเสียงแบบ Surround เป็นพิเศษ ทำให้ภาพรวมมิติเสียงนั้นอยู่ในระดับที่พอดี สามารถจัดวางเครื่องดนตรีต่างๆ ได้อย่างเป็นระเบียบและแยกชิ้นออกจากกันได้อย่างชัดเจน รวมถึงแหล่งกำเนิดเสียงในการรับชมภาพยนตร์ที่มีทิศทางที่ชัดเจนแยกออกจากกัน โดยที่เสียงร้องจะอยู่ตรงกลาง ในการฟังเพลงรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่านักร้องอยู่ตรงไหนและเครื่องดนตรีอยู่ตรงไหน เช่นเดียวกับการรับชมภาพยนตร์ที่ผู้ฟังสามารถสัมผัสถึงทิศทางเสียงได้อย่างง่ายดายด้วยเช่นกัน

แนวเพลงที่เหมาะสม : Pop / Blues / Acoustic / Jazz

สรุป ลำโพง Klipsch The Nines Home Speaker เหมาะกับใคร?

ลำโพง Klipsch The Nines Home Speaker ราคา อยู่ในระดับพรีเมียม แต่ก็มาพร้อมสเปกระดับพรีเมียมด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการออกแบบ วัสดุที่เลือกใช้ ทำให้เป็นได้มากกว่าลำโพงบ้านทั่วๆ ไปแต่ยังสามารถเป็นอุปกรณ์ตกแต่งบ้านอีกชิ้นได้สบายๆ ในส่วนของการใช้งานและการเชื่อมต่อต่างๆ ก็มาอย่างครบถ้วน ที่สำคัญคือแนวเสียงที่ทำออกมาได้ยอดเยี่ยมและโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Klipsch เป็นเสียงที่ใครได้ยินเพียงครั้งแรกก็รู้สึกได้ถึงความพรีเมียมของเสียงและตัวลำโพง ทั้งหมดนี้เมื่อเทียบกับราคาก็บอกได้เลยว่าถือว่าคุ้มค่าหากมีงบถึงก็จัดมาได้สบายๆ แบบที่พูดได้เลยว่าเจ็บครั้งเดียวแต่จบอย่างแน่นอน โดย ลำโพง Klipsch The Nines Home Speaker เหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบความพรีเมียมของเสียงและรูปร่างหน้าตา ผู้ที่มองหาลำโพงบ้านตัวใหญ่ที่ขับเสียงได้ดังกระหึ่มแล้วก็ตอบโจทย์ครบถ้วนทุกกิจกรรม ในระดับที่พูดได้ว่าแม้ราคาจะสูงแต่ความสามารถก็สูงไม่แพ้ราคาอย่างแน่นอน

ติดดตามข่าวสารวงการเกมและอื่นๆ ได้ที่ : inwesport

ขอบคุณแหล่งที่มาจาก : mercular.com

ลิงค์รูปภาพ :

1. ภาพจาก : mercular.com

2. ภาพจาก :mercular.com